คำถามที่พบบ่อย

คำตอบตรงไปตรงมา
เรื่องโซลาร์ในประเทศไทย

55 คำถามเรื่องนโยบายและระยะคืนทุน การเลือกระบบ การรับประกัน การบำรุงรักษา สิ่งแวดล้อม การแก้ปัญหางานติดตั้ง และความปลอดภัย

ดาวน์โหลดคู่มือคำถามที่พบบ่อยเรื่องโซลาร์รวมคำตอบทั้ง 55 ข้อไว้ใน PDF ฉบับเดียว เก็บไว้อ่านหรือส่งต่อได้ มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษPDF · 21 หน้า · 1.7 MB

นโยบายและความคุ้มค่าในประเทศไทย

Net billing สิทธิประโยชน์ ระยะคืนทุน และราคา

ประเทศไทยมีระบบ net metering สำหรับบ้านพักอาศัยหรือไม่
ยังไม่ใช่ net metering เต็มรูปแบบ ประเทศไทยใช้ระบบ net billing กล่าวคือ ไฟจากโซลาร์ที่คุณใช้เองจะทดแทนไฟจากการไฟฟ้าในราคาขายปลีกเต็มอัตรา ส่วนไฟที่เหลือและส่งออกจะรับซื้อในอัตราคงที่ซึ่งต่ำกว่า ไม่ได้หักลบกันแบบหน่วยต่อหน่วย
ขายไฟคืนได้หน่วยละเท่าไร
2.20 บาทต่อหน่วย (kWh) ตามโครงการโซลาร์ภาคประชาชนสำหรับบ้านพักอาศัย ส่งไฟออกได้ไม่เกิน 5 kW ต่อมิเตอร์ ในปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) เป้าหมายรับซื้อทั้งประเทศเพิ่มจาก 500 MW เป็น 10,000 MW และขยายระยะเวลารับซื้อเป็น 20 ปี สอบถามสถานะการยื่นขอกับ PEA/MEA ล่าสุดได้จากเรา
มีเงินอุดหนุนจากรัฐหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือไม่
มี ระบบโซลาร์บนหลังคาแบบออนกริดขนาดไม่เกิน 10 kWp ที่เชื่อมต่อระหว่างวันที่ 3 มี.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2571 (ค.ศ. 2026–2028) นำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 200,000 บาท (หนึ่งระบบ หนึ่งมิเตอร์ และต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ e-tax invoice) นอกจากนี้รัฐบาลได้ประกาศแผนเงินอุดหนุนสำหรับระบบของครัวเรือน ซึ่งยังต้องรอรายละเอียดยืนยัน
ประหยัดภาษีได้จริงเท่าไร
ค่าลดหย่อนช่วยลดเงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษี จำนวนที่ประหยัดได้จึงขึ้นกับฐานภาษีของคุณ ที่อัตรา 20% ค่าลดหย่อน 200,000 บาท ประหยัดภาษีได้ประมาณ 40,000 บาท ส่วนที่อัตรา 10% ประหยัดได้ประมาณ 20,000 บาท
บ้านพักอาศัยใช้เวลาคืนทุน (ROI) นานเท่าไร
โดยทั่วไปประมาณ 4 ถึง 7 ปี สำหรับระบบออนกริดที่ใช้ไฟจากโซลาร์ส่วนใหญ่ในช่วงกลางวัน ยิ่งใช้ไฟกลางวันมาก ได้ลดหย่อนภาษี และขายไฟคืนได้ ก็ยิ่งคืนทุนเร็ว การเพิ่มแบตเตอรี่ทำให้คืนทุนช้าลง แต่ได้ไฟสำรองและมีไฟโซลาร์ใช้ในเวลากลางคืน
ทำอย่างไรให้คืนทุนเร็วขึ้น
ใช้ไฟในช่วงที่มีแดด เช่น เปิดแอร์ ปั๊มสระว่ายน้ำ เครื่องทำน้ำร้อน ชาร์จรถ EV และทำงานที่บ้านในเวลากลางวัน ระบบที่ออกแบบขนาดให้พอดีกับการใช้ไฟช่วงกลางวันจะคืนทุนเร็วที่สุด
คนสนใจติดโซลาร์มากขึ้น ราคาจะแพงขึ้นหรือไม่
ความต้องการเพิ่มขึ้นจริง แต่กำลังการผลิตของโรงงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นเร็วกว่า ราคาอุปกรณ์ในระยะยาวจึงลดลง ส่วนการปรับขึ้นระยะสั้นอาจมาจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าขนส่ง ราคาทองแดง และช่วงเร่งติดตั้งตามนโยบายรัฐ
มีผู้ขายเข้ามาในตลาดมากขึ้น ราคาจะถูกลงอีกหรือไม่
ตัวอุปกรณ์หลักอาจถูกลงได้อีกเล็กน้อย แต่ค่าแรง โครงสร้าง สายไฟ และอุปกรณ์ป้องกันไม่ได้ถูกลงตาม ใบเสนอราคาที่ต่ำมากมักลดคุณภาพในส่วนที่มองไม่เห็นเหล่านี้ และการรอไปอีกหนึ่งปีมักเสียโอกาสประหยัดค่าไฟมากกว่าส่วนต่างราคาที่ได้คืนมา
ค่าไฟจะขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ หรือไม่
ไม่มีใครรับประกันได้ แต่ค่าไฟของไทยผันแปรตามต้นทุนเชื้อเพลิง (ค่า Ft) ซึ่งมีทั้งขึ้นและลง โซลาร์ช่วยตรึงต้นทุนพลังงานส่วนหนึ่งของคุณไว้ได้นานกว่า 25 ปี จึงช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนนี้
ต้องขออนุญาตก่อนติดตั้งหรือไม่
ต้องขอสำหรับระบบที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ได้แก่ การแจ้งต่อหน่วยงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ. / ERC) และการขออนุญาตเชื่อมต่อจาก PEA หรือ MEA พร้อมแบบที่วิศวกรลงนามรับรอง ขั้นตอนต่าง ๆ ได้ปรับให้ง่ายขึ้นในปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) และ Solar ESS ดำเนินการด้านเอกสารให้คุณทั้งหมด
ผ่อนชำระค่าระบบได้หรือไม่
ธนาคารไทยหลายแห่งมีสินเชื่อโซลาร์และโปรแกรมผ่อน 0% ในหลายกรณีค่างวดต่อเดือนใกล้เคียงกับค่าไฟที่ประหยัดได้ในแต่ละเดือน

การเลือกระบบ

ประเภท ขนาด และสิ่งที่ควรทราบ

ออนกริด ไฮบริด หรือออฟกริด ควรเลือกแบบไหน
ออนกริด (On-grid): ต้นทุนต่ำสุด คืนทุนเร็วสุด แต่ไม่มีไฟสำรอง ไฮบริด (Hybrid): เพิ่มแบตเตอรี่สำหรับใช้ไฟกลางคืนและสำรองไฟเมื่อไฟดับ ออฟกริด (Off-grid): สำหรับพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าจากการไฟฟ้า ต้องใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าและมักต้องมีเครื่องปั่นไฟร่วมด้วย
ไฟดับแล้วโซลาร์ยังใช้งานได้หรือไม่
อินเวอร์เตอร์ออนกริดทั่วไปจะตัดการทำงานเพื่อความปลอดภัยเมื่อไฟจากการไฟฟ้าดับ หากต้องการให้โหลดสำคัญใช้งานได้ต่อเนื่อง ต้องใช้อินเวอร์เตอร์ไฮบริดพร้อมแบตเตอรี่และวงจรสำรองไฟ (backup)
ควรติดตั้งระบบขนาดเท่าไร
เรากำหนดขนาดจากบิลค่าไฟและลักษณะการใช้ไฟช่วงกลางวันของคุณ โดยประมาณ ระบบ 1 kWp ในประเทศไทยผลิตไฟได้ราว 110 ถึง 130 หน่วยต่อเดือน และใช้พื้นที่หลังคาประมาณ 4.5 ถึง 5 ตร.ม.
หลังคาบ้านของฉันติดตั้งได้หรือไม่
หลังคาเมทัลชีท กระเบื้องคอนกรีต และดาดฟ้าคอนกรีตส่วนใหญ่ติดตั้งได้ เราตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง อายุหลังคา เงาบัง ทิศทาง และระบบกันซึมก่อนเสนอราคา
หน้าฝนโซลาร์ยังผลิตไฟได้หรือไม่
ได้ แต่ผลิตได้น้อยลง แผงยังผลิตไฟจากแสงกระจายได้ และตัวเลขกำลังผลิตรายปีได้รวมช่วงเดือนฤดูฝนไว้แล้ว
จำเป็นต้องมีแบตเตอรี่หรือไม่
ไม่จำเป็นหากต้องการเพียงประหยัดค่าไฟช่วงกลางวัน แบตเตอรี่เหมาะเมื่อไฟดับบ่อย ใช้ไฟช่วงค่ำมาก ไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งไฟออก หรือต้องการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานมากขึ้น
ใช้โซลาร์ชาร์จรถ EV ได้หรือไม่
ได้ การชาร์จรถ EV ช่วงกลางวันเป็นหนึ่งในวิธีใช้ไฟโซลาร์ส่วนเกินที่คุ้มที่สุด เครื่องชาร์จแบบสมาร์ตปรับกำลังชาร์จตามกำลังผลิตของโซลาร์ได้ รถจึงใช้เฉพาะไฟส่วนที่เหลือ
ขยายระบบเพิ่มภายหลังได้หรือไม่
ได้ หากวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น ควรเลือกอินเวอร์เตอร์ที่มีกำลังสำรองและเป็นรุ่นไฮบริดที่รองรับแบตเตอรี่ พร้อมเผื่อพื้นที่หลังคาและแนวเดินสายไว้

แบตเตอรี่และเครื่องปรับอากาศ

แบตเตอรี่เปิดแอร์ได้นานกี่ชั่วโมง

แอร์กินไฟเท่าไร?
จำง่าย ๆ: 12,000 BTU ≈ 1 kW ที่กำลังไฟเต็มที่ แอร์ 9,000 BTU ประมาณ 0.7 kW, 18,000 BTU ประมาณ 1.4 kW และ 24,000 BTU ประมาณ 1.9 kW แอร์อินเวอร์เตอร์จะลดรอบเมื่อห้องเย็นแล้ว จึงกินไฟเฉลี่ยเพียงประมาณ 60% ของกำลังไฟเต็มที่ สูตร: กำลังไฟ (kW) = BTU ÷ (EER × 1,000)
แบตเตอรี่ 16 kWh จำนวน 4 ก้อน ใช้ไฟได้จริงเท่าไร?
4 × 16 kWh = 64 kWh เมื่อหักระดับการคายประจุที่ใช้ได้ 90% และประสิทธิภาพอินเวอร์เตอร์ประมาณ 95% จะใช้ได้จริงประมาณ 55 kWh หรือไฟ 55 หน่วย หน่วยเดียวกับในบิลค่าไฟ กฟภ.
แบตเตอรี่ 4 ก้อน เปิดแอร์ 6 เครื่องได้กี่ชั่วโมง?
ชั่วโมง = 55 kWh ÷ (6 × kW ต่อแอร์ 1 เครื่อง) แอร์อินเวอร์เตอร์ 12,000 BTU จำนวน 6 เครื่อง: ประมาณ 15 ชั่วโมง เปิดได้ตลอดทั้งคืน แอร์ธรรมดา: ประมาณ 11 ชั่วโมง แอร์ 9,000 BTU × 6: ประมาณ 20 ชม., 18,000 BTU × 6: ประมาณ 11 ชม., 24,000 BTU × 6: ประมาณ 8 ชม. (แอร์อินเวอร์เตอร์)
ทำอย่างไรให้ใช้ได้นานที่สุด?
ตั้งอุณหภูมิ 25–26 °C เลือกแอร์อินเวอร์เตอร์ เปิดทีละเครื่อง และเลือกขนาดอินเวอร์เตอร์ให้พอ ไม่ใช่แค่แบตเตอรี่: แอร์ 12,000 BTU × 6 (ประมาณ 6 kW) ใช้อินเวอร์เตอร์ 10 kW 1 เครื่องได้ ส่วนแอร์ 18,000–24,000 BTU ต้องใช้ 2 เครื่อง

การรับประกันและอายุการใช้งาน

ครอบคลุมอะไรบ้าง และนานเท่าไร

รับประกันสินค้านานเท่าไร
โดยทั่วไปสำหรับอุปกรณ์ระดับ Tier-1 ที่เราใช้: แผงโซลาร์ รับประกันสินค้า 12 ถึง 25 ปี และรับประกันกำลังผลิต 25 ถึง 30 ปี อินเวอร์เตอร์ 5 ถึง 10 ปี (บางยี่ห้อขยายเพิ่มได้) แบตเตอรี่ ประมาณ 10 ปี เงื่อนไขที่แน่นอนระบุไว้ตามรุ่นในใบเสนอราคาของคุณ
รับประกันงานติดตั้งนานเท่าไร
การรับประกันงานติดตั้งครอบคลุมโครงสร้างยึดแผง การเดินสาย งานกันซึม และการทดสอบเดินระบบ ระยะเวลาระบุไว้ในใบเสนอราคาและสัญญาของ Solar ESS
ระบบมีอายุการใช้งานนานเท่าไร
แผงโซลาร์ใช้งานได้ 25 ถึง 30 ปีหรือมากกว่า โดยกำลังผลิตลดลงราว 0.4 ถึง 0.5% ต่อปี อินเวอร์เตอร์โดยทั่วไป 10 ถึง 15 ปี จึงควรเผื่อเปลี่ยนหนึ่งครั้งตลอดอายุระบบ แบตเตอรี่ LFP โดยทั่วไปใช้งานได้มากกว่า 6,000 รอบ
อะไรบ้างที่ทำให้การรับประกันสิ้นสุด
การดัดแปลงโดยผู้ที่ไม่มีความชำนาญ การล้างผิดวิธี (ฉีดน้ำแรงดันสูง ใช้สารเคมีรุนแรง เหยียบบนแผง) ความเสียหายจากฟ้าผ่าหรือเสิร์จโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม และการเพิกเฉยต่อสัญญาณแจ้งเตือนความผิดปกติ
ถ้าระบบมีปัญหาต้องติดต่อใคร
ติดต่อ Solar ESS เป็นอันดับแรก เราวิเคราะห์ปัญหาจากระยะไกลผ่านระบบมอนิเตอร์ แล้วดำเนินการเคลมกับผู้ผลิตให้

การบำรุงรักษาและการล้างแผง

ดูแลน้อย แต่ไม่ใช่ไม่ต้องดูแลเลย

ค่าบำรุงรักษาแพงหรือไม่
ไม่แพง ระบบโซลาร์ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว ค่าใช้จ่ายต่อปีโดยปกติเป็นเพียงส่วนน้อยของค่าไฟที่ประหยัดได้ต่อปี คือค่าล้างแผงและการตรวจสภาพหนึ่งครั้ง
การบำรุงรักษามีอะไรบ้าง
ล้างแผง ตรวจสภาพแผงและโครงสร้างยึดด้วยสายตา ขันขั้วต่อสาย สแกนความร้อนตู้ DC/AC ตรวจ SPD และเบรกเกอร์ ทดสอบระบบสายดิน ตรวจพัดลมและแผ่นกรองของอินเวอร์เตอร์ และทบทวนข้อมูลกำลังผลิต
เจ้าของบ้านต้องดูแลมากหรือไม่
น้อยมาก เพียงเปิดแอปดูสัปดาห์ละครั้ง หากกำลังผลิตลดลงผิดปกติหรือมีการแจ้งเตือน ให้แจ้งเรา
ควรล้างแผงบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปปีละ 1 ถึง 2 ครั้ง และบ่อยขึ้นหากอยู่ใกล้พื้นที่เกษตร ถนนที่มีฝุ่น ช่วงฤดูเผา หรือบริเวณที่มีนกมาก แผงที่สกปรกอาจสูญเสียกำลังผลิตได้ 5 ถึง 15%
ค่าล้างแผงโซลาร์เท่าไร
ขึ้นกับจำนวนแผง ความสูงและการเข้าถึงหลังคา และแหล่งน้ำที่หน้างาน เราเสนอราคาเป็นรายครั้งหรือเป็นแพ็กเกจบริการรายปี
ล้างแผงเองได้หรือไม่
ได้ แต่ต้องระมัดระวัง ใช้แปรงขนนุ่มกับน้ำสะอาด ล้างช่วงเช้าตรู่หรือเย็นขณะที่แผงเย็น ห้ามใช้น้ำแรงดันสูง ห้ามใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้าง ห้ามยืนบนแผง และห้ามทำงานบนหลังคาโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันการตก

สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

คำตอบอย่างตรงไปตรงมาสำหรับคำถามที่ตอบยาก

พลังงานแสงอาทิตย์สะอาด แล้วการผลิตแผงโซลาร์สะอาดหรือไม่
ไม่ถึงกับสมบูรณ์แบบ การผลิตซิลิคอน กระจก และอะลูมิเนียมต้องใช้พลังงานและสารเคมี แต่แผงหนึ่งแผงผลิตพลังงานชดเชยพลังงานที่ใช้ผลิตตัวมันเองได้ภายในราว 1 ถึง 3 ปี จากนั้นผลิตไฟฟ้าสะอาดต่อไปได้อีกกว่า 25 ปี
โซลาร์เทียบกับไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นอย่างไร
ตลอดอายุการใช้งาน โซลาร์บนหลังคาปล่อย CO2 ประมาณ 40 กรัมต่อ kWh เทียบกับก๊าซธรรมชาติราว 490 กรัม และถ่านหินราว 820 กรัม (ค่ามัธยฐานของ IPCC)
แผงโซลาร์จะก่อวิกฤตสิ่งแวดล้อมหรือไม่
ไม่ แผงโซลาร์ประกอบด้วยกระจกและอะลูมิเนียมเป็นส่วนใหญ่ มีซิลิคอน ทองแดง และเงินในปริมาณเล็กน้อย แผงซิลิคอนมาตรฐานไม่เป็นอันตรายในการใช้งานปกติและไม่มีสารรั่วไหล
เมื่อหมดอายุการใช้งานแล้วเป็นอย่างไร รีไซเคิลแผงได้หรือไม่
ได้ กระจก โครงอะลูมิเนียม ทองแดง และซิลิคอนนำกลับมาใช้ใหม่ได้ คิดเป็นประมาณ 90% ของน้ำหนักหรือมากกว่า กำลังการรีไซเคิลในประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แผงที่เลิกใช้จึงควรส่งให้ผู้รับกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอนุญาต ห้ามนำไปฝังกลบหรือเผา
แบตเตอรี่ทำให้ทรัพยากรขาดแคลน มีการใช้แรงงานเด็ก หรือทำลายสิ่งแวดล้อมหรือไม่
ข้อกังวลหลักคือโคบอลต์ แบตเตอรี่ LFP (ลิเทียมไอรอนฟอสเฟต) ที่ใช้ในระบบกักเก็บพลังงานสำหรับบ้านไม่มีทั้งโคบอลต์และนิกเกิล อย่างไรก็ตาม การทำเหมืองลิเทียมยังมีผลกระทบ จึงควรเลือกยี่ห้อที่มีการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน
แบตเตอรี่เก่านำไปทำอะไรได้
หลังใช้งานเกิน 10 ปี แบตเตอรี่ยังเหลือความจุส่วนใหญ่ และนำไปใช้งานต่อในงานที่เบากว่าได้ เมื่อหมดอายุจริงจึงส่งให้ผู้รีไซเคิลที่ได้รับอนุญาต เพื่อนำลิเทียม ทองแดง และอะลูมิเนียมกลับมาใช้ใหม่
แผงมือสองยังมีมูลค่าหรือไม่
มี แผงที่ถอดออกหลังใช้งาน 10 ถึง 15 ปีมักยังให้กำลังผลิต 85 ถึง 90% และนำไปใช้ต่อในฟาร์ม ระบบปั๊มน้ำ และระบบออฟกริดขนาดเล็กได้

พื้นฐานงานติดตั้ง

ประเด็นด้านการออกแบบและฝีมืองานติดตั้ง

ถ้ามีเงาบังแผงจะเป็นอย่างไร
แผงที่โดนเงาเพียงแผงเดียวอาจดึงกำลังผลิตของทั้งสตริงให้ลดลง เราจึงออกแบบหลบเงา หรือใช้ optimizer หรือไมโครอินเวอร์เตอร์กับแผงที่ได้รับผลกระทบ
ทำไมขั้วต่อ (connector) จึงสำคัญมาก
ขั้วต่อ MC4 ที่ต่างยี่ห้อกันหรือย้ำหัวไม่ดี เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของไฟไหม้ระบบโซลาร์บนหลังคา เราใช้ยี่ห้อเดียวกันทั้งสองฝั่งและใช้คีมย้ำที่ถูกต้อง
ติดตั้งแล้วหลังคาจะรั่วหรือไม่
ไม่รั่วหากติดตั้งถูกวิธี หลังคาเมทัลชีทใช้แคลมป์หรือสกรูพร้อมซีลยึดบนสันลอน ส่วนหลังคากระเบื้องใช้ตะขอ (hook) สอดใต้กระเบื้อง จุดเจาะทุกจุดซีลกันน้ำและอยู่ในการรับประกันงานติดตั้ง

คู่มือแก้ปัญหาหน้างาน

คำตอบเชิงลึกเรื่องสตริง สายไฟ ฉนวน CT มิเตอร์ และการควบคุมระบบ

แผงอยู่คนละมุมเอียง/คนละทิศ ควรจัดวางแผงอย่างไร

แผงทุกแผงที่ต่ออนุกรมในสตริงเดียวกันต้องหันทิศและเอียงมุมเดียวกัน และแต่ละด้านของหลังคาควรแยกเข้า MPPT ของตัวเอง

ในสตริงที่ต่ออนุกรม กระแสจะถูกกำหนดโดยแผงที่อ่อนที่สุด แผงที่โดนเงาหรือหันคนละทิศเพียงแผงเดียวจึงฉุดกำลังผลิตของทั้งสตริง

  • หันทิศเดียวกัน มุมเอียงต่างกันไม่เกินประมาณ 10°: ใช้สตริงเดียวกันได้ สูญเสียเพียงเล็กน้อย
  • หันคนละทิศ (เช่น ตะวันออกกับตะวันตก): แยกสตริงและแยก MPPT
  • ด้านหลังคามีมากกว่าจำนวน MPPT: สตริงสองชุดที่จำนวนแผงและรุ่นเดียวกันขนานเข้า MPPT เดียวกันได้ แม้หันคนละทิศ เพราะแรงดันสตริงแทบไม่เปลี่ยนตามทิศ แต่ต้องตรวจสอบว่ากระแสรวมไม่เกินกระแสอินพุตสูงสุดของ MPPT
  • ห้ามผสมจำนวนแผง รุ่น หรือทิศทางที่ต่างกันภายในสตริงอนุกรมเดียวกัน
  • หลังคาซับซ้อนหรือมีเงาบังบางส่วน: ใช้ optimizer หรือไมโครอินเวอร์เตอร์แทน
ก่อนเดินสาย ให้ยืนยันว่า Voc ของแต่ละสตริงที่อุณหภูมิต่ำสุดที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ต่ำกว่าแรงดันอินพุต DC สูงสุดของอินเวอร์เตอร์
สายถูกบาด: ถ้าสาย DC ถลอกหรือเสียหายต้องทำอย่างไร

เปลี่ยนช่วงที่เสียหายด้วยสาย PV และขั้วต่อที่ถูกต้อง ห้ามซ่อมด้วยเทปพันสายเด็ดขาด

สตริงหนึ่งชุดมีแรงดัน DC ได้หลายร้อยโวลต์ตลอดเวลาที่มีแสง สายที่เสียหายอาจเกิดอาร์ก ทำให้ไฟไหม้ หรือเกิดความผิดปกติของฉนวนได้

  1. ทำให้ปลอดภัยก่อน ปิดอินเวอร์เตอร์ ปลด DC isolator แล้วจึงถอดขั้วต่อ MC4 ของสตริง แผงยังมีไฟตลอดช่วงที่มีแสง จึงควรทำงานช่วงเช้าตรู่หรือเย็น หรือคลุมแผงไว้
  2. ประเมินความเสียหาย หากเห็นทองแดง เปลือกนอกถูกบาดทะลุ หรือสายถูกทับจนแบน ต้องเปลี่ยนทั้งหมด รอยถลอกเล็กน้อยเฉพาะเปลือกนอกอาจยอมรับได้หลังผ่านการทดสอบฉนวน
  3. เปลี่ยนสาย ควรเปลี่ยนทั้งเส้นหากทำได้ หากเลี่ยงการต่อสายไม่ได้ ให้ใช้ขั้วต่อ MC4 ที่เข้าคู่กัน (ยี่ห้อและรุ่นเดียวกัน) ย้ำด้วยเครื่องมือที่ถูกต้อง จุดต่อต้องเข้าถึงได้ ไม่วางบนผิวหลังคา ไม่แช่น้ำขัง และห้ามซ่อนไว้ในท่อร้อยสาย
  4. ทดสอบก่อนต่อกลับ วัดค่าความต้านทานฉนวน (+ กับดิน และ − กับดิน) และตรวจ Voc กับขั้วของสตริง (ดูคำถามเรื่องฉนวนด้านล่าง)
  5. ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เดินสายในท่อหรือรางที่ทน UV ยึดสายกับราง ป้องกันขอบคม และระวังสัตว์ฟันแทะกับการถูกแคลมป์หนีบ
ปัญหาฉนวน: จะแก้ปัญหาฉนวนรั่วระหว่างสายกับดินอย่างไร

หาให้พบว่าเป็นสตริงใด แล้วไล่ต่อจนถึงแผง ขั้วต่อ หรือสายที่รั่วลงดิน แล้วเปลี่ยนใหม่ ห้ามปิดระบบป้องกันฉนวนของอินเวอร์เตอร์เด็ดขาด

อินเวอร์เตอร์จะแสดงข้อความเช่น "PV ISO Fault", "DC Insulation Impedance Failure" หรือ "Low Insulation Resistance" แล้วแต่ยี่ห้อ

สาเหตุที่พบบ่อย
  • น้ำเข้าขั้วต่อ MC4 หรือกล่องต่อสาย (junction box) ของแผง
  • ฉนวนสายถูกบาดหรือถูกหนีบใต้รางหรือแคลมป์
  • แผ่นหลังแผง (backsheet) หรือกระจกแตกร้าว
  • น้ำค้างหรือฝนมาก (ถ้าอาการหายไปช่วงเที่ยง แสดงว่ามาจากความชื้น)
  • ต่อลงดินโครงแผงไม่ดีหรือไม่ได้ต่อ
วิธีตรวจหา
  1. สังเกตเวลาที่เกิด: ช่วงเช้าและหลังฝนตก = ความชื้น เกิดตลอดเวลา = ความเสียหายทางกายภาพ
  2. ปิดอินเวอร์เตอร์และปลด DC isolator แล้วถอดสตริงทั้งหมดออก
  3. ทดสอบทีละสตริงด้วยเครื่องทดสอบฉนวน (megger) ที่ 1,000 V DC (หรือ 500 V สำหรับสตริงแรงดันต่ำ): + กับดิน แล้ว − กับดิน สตริงปกติมักอ่านค่าได้สูงกว่า 1 MΩ มาก
  4. สตริงที่มีปัญหาให้แบ่งครึ่งแล้วทดสอบทีละครึ่ง ทำซ้ำจนเหลือแผงเดียวหรือขั้วต่อเดียว
  5. ตรวจขั้วต่อว่ามีน้ำหรือรอยไหม้หรือไม่ และตรวจแนวสายว่าเสียหายหรือไม่
การแก้ไข
  • เปลี่ยนขั้วต่อทั้งคู่ ช่วงสาย หรือแผงที่มีปัญหา
  • ทำให้กล่องต่อสายแห้งแล้วซีลใหม่ และทำ drip loop ให้น้ำไหลออกห่างจากขั้วต่อ
  • ตรวจระบบสายดิน: โครงแผงและรางทุกชิ้นต่อฝากลงดิน วัดค่าความต้านทานดินและอยู่ในค่าที่ออกแบบ (โดยทั่วไปไม่เกิน 5 Ω)
  • ทดสอบทุกสตริงอีกครั้งก่อนต่อกลับเข้าอินเวอร์เตอร์
ปัญหา CT: เดินอินเวอร์เตอร์โดยไม่มี CT ได้หรือไม่

ได้สำหรับอินเวอร์เตอร์ออนกริดทั่วไปที่อนุญาตให้ส่งไฟออก แต่ไม่ได้สำหรับอินเวอร์เตอร์ไฮบริดหรือระบบที่ต้องจำกัดการส่งไฟออก

CT เป็นช่องทางเดียวที่อินเวอร์เตอร์ใช้รับรู้ว่าอาคารกำลังดึงไฟจากการไฟฟ้าหรือส่งไฟออกเท่าไร

ระบบเมื่อไม่มี CTผลที่เกิดขึ้น
ออนกริด อนุญาตให้ส่งไฟออกใช้งานได้ผลิตเต็มกำลัง ไฟส่วนเกินไหลเข้าโครงข่าย
ออนกริด ต้องกันย้อน (zero export)ใช้ไม่ได้อินเวอร์เตอร์จำกัดการส่งออกไม่ได้ ไฟรั่วไหลเข้าโครงข่าย
ไฮบริดพร้อมแบตเตอรี่ทำงานได้ไม่ดีแบตเตอรี่จ่ายตามโหลดไม่ได้ อาจไม่จ่ายไฟตอนกลางคืน หรือส่งไฟจากแบตเตอรี่ออกไป
ไฮบริดในโหมด backup / off-grid เท่านั้นใช้งานได้จ่ายไฟให้โหลดสำรอง แต่ควบคุมการใช้ไฟเอง (self-consumption) ไม่ได้
หาก CT เสีย ให้ตั้งอินเวอร์เตอร์ไปยังโหมดที่ปลอดภัย (ปิดการจำกัดการส่งออกได้เฉพาะเมื่อได้รับอนุญาตให้ส่งไฟออก หรือลดกำลังผลิต) จนกว่าจะเปลี่ยน CT
ถ้าใส่ CT กลับทิศหรือผิดเฟส จะเกิดผลอย่างไร

อินเวอร์เตอร์จะตัดสินใจกลับด้านหรือผิดเพี้ยนไปหมด เช่น ส่งไฟออกทั้งที่ไม่ควร หรือชาร์จแบตเตอรี่จากไฟการไฟฟ้า และข้อมูลในระบบมอนิเตอร์จะผิด

ข้อผิดพลาดสิ่งที่อินเวอร์เตอร์เห็นอาการที่พบบ่อย
CT กลับทิศ (ลูกศรผิดด้าน หรือสลับ S1/S2)การรับไฟจากการไฟฟ้ากลายเป็นการส่งออกระบบกันย้อนกลับส่งไฟออกเต็มกำลัง อินเวอร์เตอร์ลดกำลังผลิตทั้งที่บ้านกำลังรับไฟเข้า แบตเตอรี่ชาร์จจากไฟการไฟฟ้า ค่าโหลดติดลบหรือเป็นค่าที่เป็นไปไม่ได้
CT อยู่ผิดเฟสกระแสของเฟสหนึ่งเทียบกับแรงดันของอีกเฟส (ต่างกัน 120°)ค่าที่อ่านได้ต่ำเกินไป เครื่องหมายผิด หรือกระโดดไปมา การควบคุมการส่งออกไม่เสถียร
CT คล้องที่ขาออกของอินเวอร์เตอร์แทนสายเมนจากการไฟฟ้าเห็นเฉพาะกำลังผลิตของตัวเองค่าโหลดเท่ากับ PV เสมอ ควบคุมการส่งออกไม่ได้เลย
CT คล้องที่สายนิวทรัล หรือคล้องรวมทั้ง L และ Nใกล้ศูนย์อินเวอร์เตอร์เข้าใจว่าบ้านไม่ได้ใช้ไฟเลย
วิธีตรวจสอบ (ทดสอบด้วยโหลดที่ทราบค่า): ปิดอินเวอร์เตอร์แล้วเปิดโหลดที่ทราบค่า (เช่น กาต้มน้ำ 2 kW) ระบบมอนิเตอร์ควรแสดงการรับไฟเข้าประมาณ 2 kW หากแสดงเป็นการส่งออก = CT กลับทิศ หากน้อยกว่า 2 kW มากหรือค่าแกว่ง = ผิดเฟสหรือคล้องผิดสาย ให้ดูทิศลูกศรตามคู่มือของแต่ละยี่ห้อเพราะไม่เหมือนกัน อินเวอร์เตอร์หลายรุ่นกลับทิศ CT ได้จากการตั้งค่า
มิเตอร์: เดินอินเวอร์เตอร์โดยไม่มีมิเตอร์ได้หรือไม่

ได้ ตราบใดที่อินเวอร์เตอร์มี CT ที่ทำงานปกติ (สำหรับรุ่นที่รองรับการต่อ CT โดยตรง) หรือไม่จำเป็นต้องควบคุมการส่งออก

สมาร์ตมิเตอร์ทำหน้าที่เดียวกับ CT คือบอกกำลังไฟฟ้าที่จุดเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าให้อินเวอร์เตอร์ทราบ แต่วัดได้แม่นยำกว่าและสื่อสารกับอินเวอร์เตอร์ผ่าน RS485

  • ออนกริด อนุญาตให้ส่งไฟออก: ไม่ต้องใช้ทั้งมิเตอร์และ CT
  • ไฮบริด 1 เฟสที่มีช่องต่อ CT โดยตรง: ใช้ CT ก็เพียงพอ มิเตอร์เป็นทางเลือก
  • รุ่นที่ต้องใช้มิเตอร์เพื่อควบคุมการส่งออก (อินเวอร์เตอร์ 3 เฟสจำนวนมาก): หากไม่มีมิเตอร์ อินเวอร์เตอร์จะแจ้งข้อผิดพลาด "Meter Communication" และจำกัดการส่งออกไม่ได้

หากมิเตอร์ขาดการสื่อสาร อินเวอร์เตอร์ส่วนใหญ่จะควบคุมการส่งออกไม่ได้ หรือลดกำลังผลิตเป็นศูนย์เพื่อความปลอดภัย ให้ตรวจการเดินสาย RS485 (ขั้ว A/B) Modbus address และ baud rate

เมื่อใดจึงจำเป็นต้องใช้มิเตอร์

ใช้สมาร์ตมิเตอร์ทุกครั้งที่ความแม่นยำ ระยะทาง หรือระบบ 3 เฟสมีความสำคัญ

  • กันย้อน (zero export) หรือจำกัดการส่งออกในระบบ 3 เฟส หรือเมื่อการไฟฟ้าต้องการหลักฐานการควบคุมการส่งออก
  • หน้างาน 3 เฟสที่โหลดไม่สมดุล เพื่อให้วัดแต่ละเฟสได้ถูกต้อง
  • ระยะทางไกลระหว่างอินเวอร์เตอร์กับตู้เมน เกินความยาวสาย CT ที่คู่มือกำหนด
  • เมนเบรกเกอร์ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ CT ภายนอกขนาดใหญ่กว่า CT ที่มากับอินเวอร์เตอร์
  • อินเวอร์เตอร์หลายเครื่องในหน้างานเดียว ควบคุมร่วมกันผ่านมิเตอร์พร้อม datalogger หรือ export manager
  • ข้อมูลการใช้ไฟที่แม่นยำสำหรับรายงานลูกค้า การวิเคราะห์ผลประหยัด หรือการคำนวณขนาดแบตเตอรี่
ไฟไหลย้อน: เกิดจากอะไร และแก้ไขอย่างไร

ไฟที่ไหลย้อนเข้าโครงข่ายทั้งที่ไม่ควร เกือบทั้งหมดเกิดจากการติดตั้ง CT หรือมิเตอร์ผิด หรือยังไม่ได้เปิดฟังก์ชันจำกัดการส่งออก

การส่งไฟออกโดยไม่มีสัญญาขายไฟคืน เท่ากับให้พลังงานไปฟรี และอาจผิดเงื่อนไขการเชื่อมต่อของการไฟฟ้า

อาการ
  • มิเตอร์ของการไฟฟ้าบันทึกการส่งออก หรือค่าไฟของลูกค้าไม่ลดลงตามที่คาด
  • ระบบมอนิเตอร์แสดงโหลดติดลบ หรือแสดงการส่งออกทั้งที่บ้านกำลังใช้ไฟอยู่ชัดเจน
  • แบตเตอรี่ชาร์จจากไฟการไฟฟ้าตอนกลางคืน
สาเหตุและวิธีแก้
สาเหตุวิธีแก้
ลูกศร CT หันผิดทิศ หรือสลับ S1/S2กลับด้าน CT หรือสลับสาย หรือกลับทิศ CT ในการตั้งค่า
สลับสาย L กับ N ของมิเตอร์ หรือต่อ CT ผิดขั้วของมิเตอร์เดินสายใหม่ตามไดอะแกรมของมิเตอร์
ติดตั้ง CT ไว้หลังจุดเชื่อมต่อของอินเวอร์เตอร์ย้ายไปคล้องที่สายเมนขาเข้า ระหว่างมิเตอร์การไฟฟ้ากับโหลดทั้งหมดรวมอินเวอร์เตอร์
ยังไม่ได้เปิด export limit / zero exportเปิดใช้งานและตั้งค่าจำกัดเป็น 0 W (หรือค่าที่ได้รับอนุญาต)
โหลดขนาดใหญ่ดับกะทันหันการส่งออกชั่วขณะไม่กี่วินาทีระหว่างที่อินเวอร์เตอร์ปรับตัวถือเป็นเรื่องปกติ

หลังแก้ไขแล้ว ให้ทดสอบด้วยโหลดที่ทราบค่าอีกครั้ง และเฝ้าดูมิเตอร์การไฟฟ้าในช่วงแดดจัดที่โหลดต่ำ

ระบบ 3 เฟสกับ CT ที่ต่อผิด: ระบบ 3 เฟสกับ CT ซับซ้อนตรงไหน

ในระบบ 3 เฟส CT ทั้งสามตัวต้องคล้องอยู่บนเฟสเดียวกับแรงดันที่จับคู่กัน และหันถูกทิศ

การจัด CT สามตัวลงบนสามเฟสทำได้ 6 แบบ และทิศทางมีได้ 8 แบบ รวมเป็น 48 รูปแบบการติดตั้งที่เป็นไปได้ และมีเพียงแบบเดียวที่ถูกต้อง

ทำไมจึงยากกว่าระบบ 1 เฟส
  • การจับคู่เฟส: CT1 ต้องอยู่ที่ L1, CT2 ที่ L2, CT3 ที่ L3 ตรงกับสายแรงดันของมิเตอร์หรืออินเวอร์เตอร์ หากสลับกัน ค่าที่อ่านได้จะเพี้ยนไป 120° ทำให้กำลังไฟฟ้าดูน้อยเกินไปหรือติดลบ
  • ความผิดพลาดหลายจุดหักล้างกัน: CT กลับทิศเพียงตัวเดียวอาจทำให้กำลังรวมดูสมเหตุสมผล ทั้งที่แต่ละเฟสผิด
  • โหลดไม่สมดุล: บ้านอาจรับไฟเข้าในเฟสหนึ่งและส่งออกในอีกเฟสหนึ่ง หากอินเวอร์เตอร์จ่ายไฟเท่ากันทุกเฟส เฟสที่โหลดน้อยอาจส่งไฟออกแม้ผลรวมเป็นศูนย์ ให้ใช้การจำกัดการส่งออกแยกรายเฟสหากอินเวอร์เตอร์รองรับ และตรวจสอบว่ามิเตอร์การไฟฟ้าบันทึกแต่ละเฟสอย่างไร
  • ลำดับเฟส: ตรวจว่าลำดับ L1-L2-L3 ที่ตู้เมนตรงกับอินเวอร์เตอร์และมิเตอร์
วิธีตรวจสอบการติดตั้ง 3 เฟส
  1. ปิดอินเวอร์เตอร์
  2. เปิดโหลด 1 เฟสที่ทราบค่าบน L1 เท่านั้น ควรมีเฉพาะเฟส 1 ที่เพิ่มขึ้น และแสดงการรับไฟเข้าประมาณเท่ากับโหลดนั้น
  3. ทำซ้ำกับ L2 และ L3
  4. แต่ละเฟสควรแสดงค่า power factor ใกล้ 1 สำหรับโหลดความต้านทาน กำลังไฟฟ้าติดลบในเฟสใด = CT ของเฟสนั้นกลับทิศ กำลังไฟฟ้าไปขึ้นที่เฟสอื่น = CT สลับเฟสกัน
  5. เปิดอินเวอร์เตอร์และยืนยันว่าการส่งออกอยู่ในค่าที่ตั้งไว้ทุกเฟส
การควบคุมระบบ: ควรตั้งค่าระบบอย่างไร

การควบคุมระบบคือวิธีที่อินเวอร์เตอร์ตัดสินใจว่าไฟจากโซลาร์ แบตเตอรี่ และการไฟฟ้าจะไปที่ใด ให้ตั้งค่าตอนทดสอบเดินระบบให้ตรงกับเป้าหมายของลูกค้าและข้อกำหนดของการไฟฟ้า แล้วล็อกไว้

โหมดการทำงาน (ชื่อเรียกต่างกันตามยี่ห้อ)
โหมดการทำงานเหมาะสำหรับ
Self-use / Self-consumptionไฟโซลาร์จ่ายให้โหลดก่อน แล้วจึงชาร์จแบตเตอรี่ แล้วจึงส่งเข้าโครงข่ายบ้านและธุรกิจส่วนใหญ่ที่มีแบตเตอรี่
Feed-in priorityส่งไฟออกก่อน เก็บแบตเตอรี่ไว้ใช้ภายหลังหน้างานที่มีสัญญาขายไฟคืน
Backup / Reserveรักษาแบตเตอรี่ไว้ที่ค่า SOC ที่กำหนดเผื่อไฟดับหน้างานที่ไฟดับบ่อย
Time-of-use (TOU)ชาร์จหรือจ่ายไฟตามเวลาที่ตั้งไว้ผู้ใช้ไฟอัตรา TOU
Off-gridทำงานโดยไม่มีไฟจากการไฟฟ้าพื้นที่ห่างไกล
Peak shavingใช้แบตเตอรี่จำกัดกำลังไฟที่รับจากการไฟฟ้าอาคารพาณิชย์ที่มีค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (demand charge)
ค่าที่ต้องตรวจทุกครั้งเมื่อทดสอบเดินระบบ
  • Grid code ตั้งตามมาตรฐานของการไฟฟ้าในพื้นที่ (PEA หรือ MEA สำหรับประเทศไทย)
  • Export limit / zero export พร้อมตรวจสอบ CT หรือมิเตอร์แล้ว
  • ชนิดแบตเตอรี่ ค่าจำกัดกระแสชาร์จ/จ่าย และ SOC ต่ำสุด
  • วันที่ เวลา และเขตเวลา (TOU ทำงานตามค่านี้)
  • แอปมอนิเตอร์เชื่อมต่อแล้ว และแสดงค่าโหลด PV แบตเตอรี่ และไฟจากการไฟฟ้าถูกต้อง
  • เฟิร์มแวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุด
แนวปฏิบัติที่ดี: อย่าเปลี่ยนค่าการป้องกัน (แรงดัน ความถี่ anti-islanding) โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน บันทึกค่าที่ตั้งทั้งหมดไว้ในเอกสารส่งมอบงาน และให้ลูกค้าเข้าแอปได้แบบดูอย่างเดียว เพื่อให้เฉพาะผู้ติดตั้งเป็นผู้เปลี่ยนการตั้งค่า

ความปลอดภัยและการป้องกัน

เสิร์จ ระบบสายดิน และความปลอดภัยจากอัคคีภัย

ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเสิร์จ (SPD) แบบใด
SPD Type II ทั้งฝั่ง DC และ AC โดย SPD ฝั่ง AC ตามมาตรฐาน IEC 61643-11 ติดตั้งในตู้จ่ายไฟ ส่วน SPD ฝั่ง DC ตามมาตรฐาน IEC 61643-31 ติดตั้งในตู้ combiner หรือที่ขาเข้า DC ของอินเวอร์เตอร์
SPD Type II ควรมีพิกัดเท่าไร
ทดสอบด้วยรูปคลื่น 8/20 ไมโครวินาที กระแสดิสชาร์จที่กำหนด (In) 20 kA กระแสสูงสุด (Imax) 40 kA ขึ้นไป แรงดันใช้งานต่อเนื่องฝั่ง AC (Uc) เช่น 275/320/420 V AC พิกัดฝั่ง DC (Ucpv) 600 หรือ 1000 V DC โดยต้องเท่ากับหรือสูงกว่าแรงดันวงจรเปิดสูงสุดของสตริง
ทำไมระบบสายดินจึงสำคัญ
SPD ระบายเสิร์จได้ก็ต่อเมื่อมีระบบดินที่ดี โครงแผง โครงสร้างยึด อินเวอร์เตอร์ และ SPD จึงต่อฝากเข้ากับหลักดินที่ทดสอบแล้วว่ามีค่าความต้านทานต่ำ
โซลาร์บนหลังคาเสี่ยงไฟไหม้หรือไม่
ความเสี่ยงต่ำมากเมื่อติดตั้งตามมาตรฐาน คือใช้สายและขั้วต่อที่ถูกต้อง มี DC isolator ฟิวส์หรือเบรกเกอร์ SPD และอินเวอร์เตอร์ที่ตรวจจับอาร์กและตรวจวัดฉนวน การสแกนความร้อนทุกปีช่วยให้พบจุดร้อนได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ปลอดภัยหรือไม่เมื่อมีพายุและฟ้าผ่า
ปลอดภัย โครงสร้างออกแบบรองรับแรงลม ส่วน SPD และระบบสายดินช่วยป้องกันเสิร์จเหนี่ยวนำ อาคารที่มีระบบป้องกันฟ้าผ่าต้องออกแบบแผงโซลาร์ให้สอดคล้องกับระบบดังกล่าว
SPD Type IIฝั่ง ACฝั่ง DC (โซลาร์ PV)
มาตรฐานIEC 61643-11IEC/EN 61643-31
รูปคลื่นทดสอบ8/20 µs8/20 µs
กระแสดิสชาร์จที่กำหนด (In)5 ถึง 20 kA (นิยมใช้ 20 kA)20 kA
กระแสสูงสุด (Imax)40 ถึง 80 kA40 kA ขึ้นไป
ตำแหน่งติดตั้งตู้จ่ายไฟย่อย / MDBตู้ combiner / ขาเข้า DC ของอินเวอร์เตอร์
แรงดันใช้งานต่อเนื่อง (Uc / Ucpv)275, 320 หรือ 420 V AC600 หรือ 1000 V DC เท่ากับหรือสูงกว่า Voc ของสตริง

ข้อมูลด้านนโยบาย ณ เดือนตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) อัตรารับซื้อ โควตา และสิทธิประโยชน์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ตัวเลขผลประหยัด ระยะคืนทุน และการรับประกันเป็นช่วงค่าโดยทั่วไป ไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไขที่แน่นอนสำหรับระบบของคุณระบุไว้ในใบเสนอราคา

ยังมีคำถามอยู่หรือไม่

ขอคำปรึกษา
LINEFacebookโทรหาเรา